จากรายงานศูนย์สร้างเสริมสุขภาพวัยรุ่น โรงพยาบาลรามาธิบดี มีการทำแท้งปีละ 3 แสนคนหรือราววันละ 1,000 คน และผู้ป่วยโรคเอดส์ร้อยละ 50 เป็นวัยรุ่นอายุระหว่าง 15-34 ปี และจากข่าวคึกโครมการพบศพทารกที่เกิดจากการทำแท้งของคลินิกเถื่อน จำนวน 2,002 ศพ ที่วัดไผ่เงิน เป็นการสะท้อนความฟอนแฟะของสังคมไทย จากปัญหาการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม
จากสภาพปัญหาพฤติกรรมทางเพศที่พาดหัวข่าวอยู่เป็นประจำ พบว่าวัยรุ่นส่วนใหญ่มักมีการได้เสียกันในวัยเรียน โดยไม่มีการป้องกันต่าง ๆ หรือข่าวที่มีนักเรียนนักศึกษาไปทำแท้งกับหมอเถื่อน และที่สำคัญข่าวเกี่ยวกับโรคเอดส์ ปัจจุบันมีคนเป็นโรคนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงเห็นว่าเรื่องเพศศึกษาควรจะต้องเร่งให้มีการศึกษา ให้ความเข้าใจที่ถูกต้องอย่างแท้จริง เพราะมันได้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่ไปแล้ว ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้เพียงแต่จัดหลักสูตรเพศศึกษาในระดับการศึกษาขึ้นพื้นฐาน (สพฐ) บรรจุในรายวิชาสุขศึกษาและกิจกรรมเสริมหลักสูตร สพฐ ได้นำหลักสูตรเพศศึกษาเป็นโครงการนำร่องภายใต้โครงการ “ก้าวย่างอย่างเข้าใจ” ขององค์การแพธ (PATH) จำนวน 80 โรงเรียน ในระดับอาชีวศึกษา สำนักงานการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดหลักสูตรเพศศึกษาไว้อยู่ในกลุ่มวิชาสุขศึกษาและ
พลศึกษา หมวดวิชาสามัญในระดับ ปวช. เป็นวิชาเลือก สำหรับโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน ยังไม่ได้นำหลักสูตรเพศศึกษาเข้าสู่ระบบการเรียนการสอน เพื่อเป็นการป้องกันวิธีหนึ่งที่ดีกว่าแก้ปัญหาปลายเหตุ สมาคมโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย เห็นว่าการจัดหลักสูตรเพศศึกษา เป็นเรื่องสำคัญ และมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ควรจัดหลักสูตรเพศศึกษาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องเพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจเรื่องเพศที่ถูกต้องและทักษะที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตเพื่อให้เยาวชนได้พัฒนาและเติบโตทางอารมณ์และสังคมมีพฤติกรรมที่ถูกต้อง เป็นการส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาวะ มีความพร้อมที่จะเลือก ดำเนินชีวิตทางเพศอย่างมีสติ รับผิดชอบต่อตนเอง และคนที่เกี่ยวข้อง ส่งผลดีต่อสังคมส่วนรวม และในอนาคตจะได้เป็นกำลังสำคัญของประเทศได้ ดังนั้นการสอนเพศศึกษา จะเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาวะที่ปลอดภัยของนักศึกษาอาชีวศึกษา จะต้องสร้างความตระหนักความจำเป็นเร่งด่วนให้กับผู้บริหารเข้าใจและจะต้องพัฒนาครูผู้สอนเพศศึกษาให้เข้าใจ เรียนรู้กระบวนการจัดการเรียนการสอนเพศศึกษาที่ถูกต้องและเหมาะสม โดยใช้หลักสูตรเพศศึกษาและกระบวนการจัดการเรียนรู้ของ
องค์การแพธเป็นแนวทาง
การบริหารจัดการให้เกิดคุณภาพที่ยั่งยืนจะต้องดำเนินงานอย่างเป็นระบบการจัดการสอนเพศศึกษา จึงควรได้รับการสนับสนุนจากสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กำหนดนโยบายให้สถานศึกษาทุกแห่ง จัดหลักสูตรเพศศึกษา รหัส 2000-1612 เป็นวิชาบังคับเลือกในระดับ ปวช. และสอนเสริมเพิ่มเติมในเนื้อหาหลักสูตรชั้น ปวช.2 และ ปวช.3 ด้วย จะทำให้เกิดความต่อเนื่องและนำเข้าสู่ระบบการบริหารจัดการคุณภาพทั้ง 3 ระบบหลัก ควบคู่กันคือระบบการเรียนรู้ ระบบการดูแลช่วยเหลือนักศึกษา ระบบกิจกรรมนักศึกษา เพื่อให้เกิดความยั่งยืนเชิงระบบ
การจัดการศึกษาโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน ซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มีสถานศึกษาในระดับอาชีวศึกษาจำนวน 427 แห่ง มีนักศึกษาทั้งระดับ ปวช. และระดับ ปวส. จำนวน 405,166 คน มีครูผู้สอน จำนวน 17,953 คน โดยมีสมาคมโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยเป็นศูนย์กลางประสานงาน แบ่งการบริหารงานออกเป็น 5 ภูมิภาค ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ โดยมีอุปนายกสมาคมที่ได้รับการเลือกตั้งแต่ละภาครับผิดชอบ



